คำมั่นสัญญาเจ้าที่เจ้าทาง

image

ขอเกริ่นนำก่อนนะคะ ในปี 2529 ยายของดิฉันได้ไปซื้อบ้านแถวตลาดสดไชโย และยายก็ได้ตั้งศาลพระภูมิ ซึ่ง 2 วันก่อนตั้งศาลในเวลาประมาณ 4 ทุ่มเศษ ดิฉันมองไปที่กระจกมองเห็นเงาสีขาวบางลอยอยู่บริเวณกระจกหน้าต่าง และก็หายไป ตอนแรกก็คิดว่าตากผ้าไว้ที่ด้านนอกรึเปล่า แต่ก็ไม่ได้ตาก สักพักก็เห็นเงาผู้ชายสวมหมวกยาวทรงแหลมแต่งตัวเหมือนชุดพราหมณ์สีขาว ชายคนนั้นหันมายิ้มให้ดิฉัน แต่ดิฉันก็มองไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก จนวันที่ตั้งศาล ยายได้ให้หมอเขมรเป็นคนมาตั้งศาลให้ ซึ่งได้ตั้งศาลพระภูมิไว้บนดาดฟ้าของบ้าน และมาเมื่อ

และมาเมื่อปี 2546 ชั้นได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อทำความสะอาด แล้วก็เห็นว่าศาลที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้านั้นไม่มีอะไรบังแดดน่าจะร้อน จึงได้ไหว้ศาลและและตั้งจิตอธิษฐานบอกท่านว่า หากถูกรางวัลใหญ่ แล้วจะสร้างหลังคาบังแดดให้ รางวัลเล็ก ๆ 2 ตัวไม่เอานะเพราะได้น้อย จากนั้นก็ลงมา พอใกล้วันหวยออกก็ได้ไปซื้อล็อตเตอรี่ แต่ขอบอกก่อนนะค่ะว่าโดยปกติดิฉันไม่ใช่คนเล่นหวยหรือล็อตเตอรี่ เลยให้คนขายเป็นคนเลือกล็อตเตอรี่ให้ โดนคนขายแนะนำเลขมาชุดนึงซื้อมีเลขเหมือนกัน 3 ใบ แต่ดิฉันได้ซื้อมาแค่ใบเดียวเท่านั้น พอมาถึงวันหวยออก ในตอนเช้าดิฉันได้ไปบ้านอาม่าแต่เช้า โดยที่ก่อนออกจากบ้านรู้สึกเหมือนมีอะไรตกใส่หัว เลยก้มลงดูก็เห็นน้ำเต้าพลาสติกที่เป็นของแจกตกอยู่ จึงหยิบขึ้นมาแล้วพูดว่าเด๋วจะเอาเงินใส่ในน้ำเต้านี้ให้เต็ม จากนั้นก็หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาตรวจเลยล็อตเตอรี่ ตรวจดูหลายรอบเลยที่เดียว จนพบว่าถูกรางวัลที่ 4 ได้เงิน 40,000 บาท และหันมาจะหยิบน้ำเต้า ปรากฎว่าน้ำเต้าได้หายไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่วางไว้ข้าง ๆ ตัวแท้ ๆ หลังจากนำล็อตเตอรี่ไปขึ้นเงินเรียบร้อยแล้ว ดิฉันได้จ้างลุงผ่องมาสร้างหลังคาตรงที่ศาลพระภูมิตั้งอยู่ แต่ระหว่างที่กำลังทำหลังคาอยู่นั้นลุงผ่องพลาดทำระย้าของศาลหัก ดิฉันบอกศาลว่าอย่าไปถือสาคนเมาเลย แล้วเดี่ยวจะเปลี่ยนบ้านให้ใหม่ คนนั้นลุงผ่องก็หลับฝันเห็นเต่า จึงตีเลขกันออกมาเป็น 42 รึ 24 ซึ่งก็ออกเป็นเลขท้าย 2 ตัว 42 แต่ทั้งดิฉันและลุงผ่องไม่มีใครซื้อเลย จากนั้นใน ปี 2547 ฉันได้รู้จักกับเจ้อิ่มและเพื่อนซึ่งแต่งตัวเป็นพราหมณ์ผู้ชาย เพื่อนของเจ้อิ่มได้ทักดิฉันว่าพากุมารมาด้วยเหรอ ดิฉันเลยถามว่าเห็นเหรอ เค้าก็บอกว่าเห็นซ้อนท้ายจักรยานมาด้วย ซึ่งดิฉันไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันได้ทำบุญกับเจ้าหน้าที่กรมตำรวจ และได้รับ พระปางลีลาศ หลวงปู่แหวน และแม่นางกวักมา และหลังจากนั้น 1 ปี เจ้าหน้าที่ของกรมตำรวจได้กลับมาอีกครั้งแต่เป็นชุดใหม่ มาขอเข้าบ้านดิฉัน แต่ดิฉันก็ไม่ให้เข้า เข้าก็บอกว่าทีบ้านมีกุมารเขามาบอกว่า ไม่ได้กินข้าวกินน้ำมาหลายปีแล้วเจ้าของบ้านไม่สนใจ เอากุมารมาทิ้งไว้หลายปี อยู่ที่บ้านหลังนี้ ซึ่งดิฉันก็บอกว่าไม่มี แต่เขาก็ยังยืนยันให้หากุมารให้เจออยู่ในตู้เสื้อผ้า หลังจากเขาไปดิฉันก็เลยลองไปหาตามตู้ในห้องต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน จึงได้พบกับกุมารดังกล่าว ดิฉันจึงได้เรียกกุมารกินข้าวพร้อมลูกชาย เวลาไปไหนกุมารก็จะตามไปด้วย เมื่อเพื่อนเจ้อิ่มทักเช่นนั้น ดิฉันเลยถามเค้าไปว่าถ้าจะตั้งศาลพระภูมิคิดเท่าไหร่ เค้าบอก 6,000 บาทไม่รวมของไหว้ แต่ดิฉันเห็นว่าราคามันสูงไป จึงยังไม่ได้ตั้งศาล และดิฉันก็ไปถามที่ตำหนักเจ้าพ่อกวนอูแถวบ้าน เค้าบอกค่าตั้งมา 10,000 บามไม่รวมของไหว้ แต่ดิฉันได้บอกศาลพระภูมิไปว่ายังไม่เจอคนเก่ง ๆ จะตั้งให้แน่นอนไม่ต้องกังวลไม่ลืมที่สัญญาไว้หรอก จนถึงปี 2548 ชั้นได้รู้จักเพื่อนบ้านชื่อกุ้ง เค้าโดนผีอำจนต้องไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่นาน จนตั้งจิตอธิษฐานว่าหากหายออกจากโรงพยาบาลได้ เทพองค์ที่คุ้มครองเค้าอยู่จะให้ทำอะไรเค้าก็ยอม และวันนึงขณะที่กำลังนั่งเล่นอยู่ที่บ้านเพื่อนชื่อพี่ไล้ ดิฉันก็ได้ยินกุ้งบอกว่า “หากจะตั้งศาล ดูดวงบอกเค้าได้นะ” ตอนนี้กุ้งได้รับเทพมาเต็มองค์แล้ว ดิฉันจึงบอกกุ้งไปช่วยดูดวงให้ดิฉันในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเมื่อกุ้งได้ให้เทพประทบร่างท่าทาง เสียงพูดของกุ้งก็เปลี่ยนไป แล้วเค้าก็บอกประวัติของดิฉันได้ถูกหมดโดยที่ดิฉันไม่เคยเล่าให้กุ้งฟังเลย แล้วท่านเทพก็ได้ถามดิฉันว่า จะตั้งศาลใช่ไหม ดิฉันบอกไปว่า “ใช่ ท่านทราบได้อย่างไร” ท่านจึงบอกว่า “ตายายที่อยู่บนบ้านบอกมา” ดิฉันเลยถามว่า “ค่าตั้งเท่าไหร่” ท่านจึงบอกมาว่า “999 ส่วนตัวบ้านให้ซื้อของใหม่เสาใช้ของเก่าได้” และท่านได้บอกของไหว้ที่ต้องเตรียมมาด้วย และหากพร้อมวันไหนให้โทรไปบอกร่างทรง (นั่นก็คือ กุ้ง) แล้วท่านก็ขอขึ้นไปดูศาลพระภูมิ และแล้วเวลาที่รอคอยมานานก็มาถึง วันตั้งศาลดิฉันเตรียมของตามที่เทพได้บอกไว้ จากนั้นกุ้งก็บอกว่าท่านเทพรอตั้งแต่เช้าแล้ว ให้เตรียมของบวงสรวง ชาลิปตัน 6 – 10 ขวด ซื้อบ้านใหม่ (ตัวศาล) เตรียมของไหว้ แล้วดิฉันก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าวันนี้ที่บ้านมีตั้งศาลหากใครจะมาก็เชิญมาร่วมงานได้ ดิฉันอนุญาติ ตอนทำพิธีก็ไม่ได้บอกใคร แต่มีคนรู้ไม่กี่คนที่ขึ้นมาบนบ้าน จนบ่าย 3 ฟ้าเริ่มมืดและฝน เริ่มตกลงมาแล้ว ท่านเทพก็ได้พูดว่า “ให้ไปตก กม.8 ก่อนตรงนี้ไม่ต้องไว้เสร็จพิธีก่อนค่อยตก” ทันทีที่ท่านเทพพูดจบฝนก็หยุดลงทันที แล้วท่านเทพก็บอกอีกว่าให้ร่างไปเก็บผ้าก่อน หลังจากที่ร่างกลับจากเก็บผ้าเรียบร้อยแล้วนั่น ก็ได้เริ่มพิธีต่อ สักพักท่านเทพก็หันหน้าไปทางที่ไม่มีคนอยู่แล้วพูดขึ้นมาว่า “ใครชวนเอ็งมาบ้านนี้” ดิฉันเลยถามว่าพูดกะใคร ท่านก็บอกว่า “พูดกับวิญญาณที่ผูกคอตายข้างบ้านนี้แหละ” วิญญาณก็บอกว่า “เจ้าของบ้านอนุญาติแล้ว” ท่านเทพจึงหันมาถามว่า “จริงหรือ” ดิฉันก็บอกว่า “จริง” หลังทำพิธีเสร็จ ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงแก่ ๆ พูดขึ้นมาว่า “ขอบใจที่เจ้าของบ้านไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้” และหลังจากนั้นดิฉันก็ได้ไปช่วยกุ้งจดตัวอักษรที่ท่านเทพทายทักบ้างเป็นครั้งคราว

ความคิดเห็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม
2. ทีมงาน boonumpar-thailand.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัติย์
3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
4. ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฏหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับ ทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆต่อเจ้าของความเห็น

เทคนิคทำบุญ


ติดต่อบุญนำพา  021019296, 0891454922, 0829661999

Email : boonumpar001@gmail.com  

LINE1 : @boonumpar (ใส่@นำหน้าด้วย)

LINE2 : boonumpar

LINE3 : golffy001