รู้หรือไม่ เวลาทำบุญ ถึงต้องเอ่ยคำว่า "อนุโมทนาบุญ"

image

สงสัยหรือไม่เวลาคนอื่นไปทำบุญมา ถึงต้องเอ่ยคำว่า "อนุโมทนาบุญ"

หลายคนคงเคยสงสัย ว่า เวลาไปทำบุญมาแล้วอยากให้คนอื่นได้รับบุญด้วย ถึงต้องเอ่ยคำว่า "อนุโมทนา บุญ" กันไหมครับ   วันนี้มีคำตอบครับ 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ผมเคยอ่านเจอบทความนึง (จำไม่ได้) ของหลวงพ่อท่านนึง แล้วคิดว่าเป็นเหตุเป็นผล ดี สำหรับการเอ่ยคำว่าอนุโมทนาบุญครับ

ตัวอย่างแรก ครับ

เวลาเราไปทำบุญกันมาครับ ไม่ว่าจะทอดผ้าป่า  ทอดกฐิน ใส่บาตร สร้างโบสถ์ สร้างศาลา  หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เกี่ยวกับการไปทำบุญ

พอเสร็จแล้ว เรากลับบ้านมา เจอเพื่อสนิทมิตรสหาย หรือคนอื่นๆ  เราก็บอกว่าวันนี้ไปทำบุญที่นู้น ที่นี่นั่นมา ให้ร่วมอนุโมทนาบุญกัน  

เพื่อนเรา บางคนก็เอ่ย อนุโมทนาสาธุ  บางคนก็สาธุ  บางคนก็ไม่พูดอะไรเลย  จริงๆแล้วการกล่าวเอ่ย อนุโมทนาบุญ มีความหมายนะครับ

หากเราไม่ได้เอ่ย อนุโมทนาบุญ ก็เหมือนกับเราไม่ได้บุญนั้น ที่เพื่อนเราไปทำมาแล้วมาบอกบุญครับ  

 

เหตุผลคือ  เช่น นายแดง กับ นายดำ

นายแดงเป็นคนรวยมาก มีเงินเยอะ(อาจเพราะถูกหวยมา)  เลยนำเงิน 500 มาให้นายดำ  (ฉันมีเงินอยู่ 500 บาท  ฉันให้แก่โว้ยเพื่อน แล้วก็ยื่นเงิน 500 บาทให้กับนายดำ)  นายดำอาจกระทำดังนี้

-  ขอบคุณมากเพื่อน แล้วก็ยื่นมือไปรับเงินที่นายแดงส่งให้ (เงิน500 บาทนั้นก็เป็นของนายดำ) หรือ

- นายดำยืนเฉยๆ แล้วก็ไม่ได้เอาเงินนั้นมา หรืออาจจะบอกนายแดงว่า ไม่เอาเพื่อน ไม่เป็นไร

ก็เหมือนกับการเอ่ย อนุโมทนาบุญ กับ ไม่เอ่ยแหละครับ  ถ้าเราเอ่ย "อนุโมทนาบุญสาธุ"   บุญที่เพือนส่งให้นั้น ก็ถือว่าเป็นของเรา เพราะเราเอ่ยปากรับคำนั้นแล้ว  แต่หากเราไม่เอ่ย "อนุโมทนาบุญ สาธุ"  ก็เหมือนบอกปัดไม่รับบุญนั้นครับ 

ที่นี้พอเข้าใจนะครับว่า ทำไมถึงต้องเอ่ย คำว่า "อนุโมทนาบุญ สาธุ"  แล้วนะครับ

 

ตัวอย่างที่สอง  (เวลาเราใส่บาตร ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วให้ได้รับผลบุญนั้นด้วย เราจะรู้ได้อย่างไรว่าได้รับ หรือ ได้รับเมื่อไหร่ หรือมีโอกาสได้รับไหมครับ )  มาดูตัวอย่างนี้ครับ

ปกติดคนเรานั้น เวลามีชีวิตทำบุญ ทำกรรมมาไม่เหมือนกัน บางคนทำบุญเยอะ บางคนทำกรรมหนัก  เสียชีวิตไป คนทำบุญเยอะ (ความเชื่อ) ก็คือได้ขึ้นสวรรค์ คนทำกรรมมาก (ตายไปก็อาจจะตกนรก ) แล้วแต่ว่า กรรมหนัก กรรมเบา  โอกาสที่จะได้กลับมารับผลบุญก็ต่างเวลากัน บางคนก็กรรมหนักมาก ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ตีพ่อตีแม่ ก็อาจจะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เลยด้วยซ้ำ  

ประตูยมบาล จึงมีเวลาเปิด ปิด ที่โบราณบอกว่า วันนี้วันโกน หรือวันพระ จะมีวิญญาณมาขอส่วนบุญ 

ดังนั้น เวลาเราใส่บาตรทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้ใครก็แล้วแต่ หากคนที่ทำกรรมหนักเอาไว้ บุญที่ลูกหลานทำให้ ก็จะไปกองไว้หน้าประตู รอเวลามีคนมาอนุโมทนาบุญ  

ดังนั้น เวลาเราทำบุญให้เอ่ยว่า  บุญกุุศลที่ได้ทำนี้ ขออุทิศให้............ หากมีโอกาสครั้งใด ขอให้ได้อนุโมทนาบุญสาธุ ด้วยเทอญ

เมื่อดวงวิญญาณ ดวงนั้นมีโอกาส มีเวลา ได้ออกมารับส่วนบุญส่วนกุศล ก็จะมีโอกาสได้อนุโมทนาบุญ กับบุญที่ลูกหลานได้ทำบุญส่งมาให้

 

สาธุ

ความคิดเห็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม
2. ทีมงาน boonumpar-thailand.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัติย์
3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
4. ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฏหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับ ทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆต่อเจ้าของความเห็น

เทคนิคทำบุญ


ติดต่อบุญนำพา  021019296, 0891454922, 0829661999

Email : boonumpar001@gmail.com  

LINE1 : @boonumpar (ใส่@นำหน้าด้วย)

LINE2 : boonumpar

LINE3 : golffy001